แนวทางออกแบบบ้าน เพื่อสัตว์เลี้ยงอยู่สบาย

แนวทางออกแบบบ้าน เพื่อสัตว์เลี้ยงอยู่สบาย “รักฉัน รักหมาของฉัน” เป็นวลีที่อยู่ในใจใครหลายคน ในบางครอบครัว สัตว์เลี้ยงมีความสำคัญและมีความสำคัญพอๆ กับสมาชิกคนสำคัญของบ้าน นั่นเป็นเหตุผลที่เมื่อคุณคิดจะสร้างบ้านใหม่ ฉันยังต้องคิดถึงสัตว์เลี้ยงที่จะอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านด้วย ซึ่งหากคุณใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน คุณจะสามารถออกแบบบ้านของคุณในลักษณะที่คุณจะพบจุดกึ่งกลางที่ช่วยให้คุณอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีความสุข ถูกสุขลักษณะและห่างไกลจากโรคสัตว์ แนวทางการออกแบบบ้านให้สัตว์เลี้ยงสบายใจ ทั้งคนและสัตว์ก็มีความสุข มีแนวทางอย่างไรบ้าง? สมาคมรับสร้างบ้านได้รวบรวมแนวทางพื้นฐาน 7 ประการไว้สำหรับคุณ

คำนึงถึงอุณหภูมิและความชื้นภายในบ้าน แนวทางออกแบบบ้าน

แนวทางออกแบบบ้าน เพื่อสัตว์เลี้ยงอยู่สบาย สุนัข แมว หรือสัตว์ชนิดใดก็ได้ มีลักษณะเฉพาะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ซึ่งทนความร้อนในอากาศเมืองไทยได้ไม่เท่ากัน เนื่องจากสัตว์บางชนิดมีขนมากจึงต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นสบาย หากทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในที่อับอากาศ ไม่มีการระบายอากาศเป็นเวลานานเกินไป หรือการอยู่ในที่ที่ถูกแสงแดดเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะลมแดดได้อุณหภูมิของอากาศและช่วงความชื้นสัมพัทธ์ที่สัตว์เลี้ยงรู้สึกสบายคือ 20-29°C และ 30-70% RH (สำหรับสุนัขและแมว) ในขณะที่อุณหภูมิของอากาศและช่วงความชื้นสัมพัทธ์ที่มนุษย์รู้สึกสบายอยู่ที่ 22-27° C และความชื้นสัมพัทธ์ 20-75% ดังนั้นหากเรารู้สึกสบายในบ้าน สัตว์เลี้ยงก็ต้องรู้สึกสบายด้วย

บ้านสามารถป้องกันเสียงรบกวนจากสัตว์เลี้ยงได้โดยเฉพาะสุนัขเพราะบางสายพันธุ์ส่งเสียงเห่าดังมาก เหตุผลหนึ่งก็คือสัตว์เลี้ยงได้รับสิ่งกระตุ้น หรือเสียงภายนอกเพื่อกระตุ้นปฏิกิริยา จนทำให้เกิดเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน และเป็นเหตุแห่งความขัดแย้งตามมาในภายหลังดังนั้นคุณควรสร้างบ้านให้เก็บเสียง เช่น โดยการเลือกผนังเก็บเสียง ซีลประตูกันเสียง ช่องว่าง หรือบริเวณระหว่างห้องที่เสียงสามารถลอดผ่านได้ หรือแม้แต่ติดตั้งฉนวนกันเสียงเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก รวมถึงการลดเสียงรบกวนจากสัตว์เลี้ยงของเราเองด้วย


บ้านมีช่องเปิดเพื่อให้ระบายอากาศได้ง่ายแม้ว่าเราจะสามารถอยู่อาศัยและนอนกับสัตว์เลี้ยงได้ก็ตาม หากคุณแน่ใจว่าจะทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงของคุณอย่างดี แต่เมื่อสร้างบ้านคุณยังต้องคำนึงถึงการจัดวางพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นสัดส่วน และระบายอากาศได้ดี อีกทั้งมีอากาศธรรมชาติหมุนเวียนเพียงพอ เพราะช่วยลดปัญหากลิ่นสะสม เช่น กลิ่นไม่พึงประสงค์ ความชื้น และเชื้อรา

ดังนั้นควรออกแบบบ้านที่สามารถเปิดประตูหรือหน้าต่างให้เปิดรับลมจากภายนอกได้ ให้มันไหลเข้าบ้าน.. จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้อย่างมาก นอกจากนี้ การสร้างบ้านพร้อมพื้นที่สวนกลางแจ้งที่สัตว์เลี้ยงและผู้คนสามารถออกไปข้างนอกเพื่อรับลม แสง และอากาศนอกบ้านได้ ทำให้ทั้งคนและสัตว์รู้สึกผ่อนคลายแบ่งโซนพื้นที่ใช้สอยสำหรับคนและสัตว์เลี้ยงให้ชัดเจนกำหนดพื้นที่ที่เราแบ่งปันกับสัตว์เลี้ยง เช่น ข.ห้องนั่งเล่น ระเบียง และบริเวณไหนที่ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้ามา เช่น ข. ห้องครัวหรือห้องนอน คุณสามารถใช้วิธีล็อคพื้นที่ตามระยะเวลาที่ต้องการได้ เช่น ข.มีประตู รั้ว หรือมุ้งลวดที่สามารถปรับให้เข้ากับการใช้งานได้ง่าย

เลือกเฟอร์นิเจอร์และผ้าม่านโดยเน้นวัสดุตกแต่งที่คงทนเฟอร์นิเจอร์ควรทำจากวัสดุที่ทนทานต่อการขีดข่วนสูง มีค่าความต้านทานพื้นผิวอย่างน้อย AC5 (การจำแนกการเสียดสี) หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า เลือกใช้วัสดุพื้นผิวที่ไม่ดูดซับน้ำและมีข้อต่อวัสดุน้อย หรือเลือกใช้สีและสารเคลือบผนังเพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกและเชื้อโรค สามารถทำความสะอาดได้ง่ายหรือทำความสะอาดเองได้ เลือกวัสดุที่ไม่สะสมฝุ่นและขน เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกทุกคนในครอบครัวรวมทั้งสัตว์เลี้ยงด้วย

ติดตั้งระบบไฟฟ้าในที่ปลอดภัยในการวางแผนสร้างบ้านต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะพื้นที่กิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง หากคุณวางแผนที่จะติดตั้งระบบไฟฟ้าในสถานที่ไม่สะดวกหรือใกล้บริเวณที่สัตว์เลี้ยงชอบอาศัยอยู่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายต่อชีวิตของสัตว์เลี้ยง ผู้พักอาศัย และสิ่งของต่างๆ


แนวทางออกแบบบ้าน เพื่อสัตว์เลี้ยงอยู่สบาย เลือกพื้นทนทาน ทำความสะอาดง่ายพื้นดินถือเป็นพื้นที่ที่คนรักสัตว์มาทำกิจกรรมและสังสรรค์มากที่สุด ดังนั้นวัสดุปูพื้นจึงควรมีความทนทาน และทำความสะอาดง่าย เช่น การเลือกพรม ช่วยปกป้องเท้าของสัตว์เลี้ยง ขณะเดียวกันก็อาจเป็นบริเวณที่มีกลิ่นเหม็นสะสม ผมร่วง และสกปรกได้ง่าย ดังนั้นคุณจึงไม่ควรเลือกพรมที่มีราคาแพงเกินไป และตัดสินใจปูพื้นที่เฉพาะ ไม่ควรครอบคลุมพื้นที่ทั้งห้อง คุณยังเลือกใช้พรมที่มีลวดลายเป็นชิ้นเล็กๆ ติดกันเพื่อทำความสะอาดแยกกันได้ เมื่อสัตว์เลี้ยงถ่ายอุจจาระ

คุณสามารถเลือกพื้นกระเบื้องให้เหมาะกับบ้านของคุณได้ เพราะมันยากที่จะเกา ทนต่อการขีดข่วน เหมาะสำหรับให้สัตว์เลี้ยงเล่นบนพื้นในวันที่อากาศร้อน และควรหลีกเลี่ยงพื้นหินอ่อนหรือพื้นหินธรรมชาติที่ไม่ผ่านการบำบัด เพราะน้ำลายของสัตว์เลี้ยงอาจทำให้เกิดคราบได้ แม้จะปูพื้นไม้ คุณก็ต้องหลีกเลี่ยงพื้นลามิเนตหรือพื้นไม้เนื้ออ่อน เพราะมันง่ายต่อการขีดข่วน

จะเห็นได้ว่าเมื่อเราออกแบบบ้านสำหรับสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้คน จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น ส่งผลให้สุขภาพกายและใจแข็งแรงอีกด้วย เจ้าของมีความสุขและมีความสุข ปัจจุบันมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างบ้านที่สามารถออกแบบบ้านให้สัตว์เลี้ยงได้หลายชนิด โดยมีดีไซน์ที่แตกต่างแต่ลงตัว ชอบทั้งสองอย่าง

 

บทความแนะนำ